เครื่องกระตุ้นแม่เหล็กไฟฟ้าสมอง (Transcranial Magnetic Stimulation)

เครื่องกระตุ้นแม่เหล็กไฟฟ้าสมอง (Transcranial Magnetic Stimulation)
เทคโนโลยีฟื้นฟู Stroke

TMS เครื่องกระตุ้นแม่เหล็กไฟฟ้าสมอง ช่วยผู้ป่วย Stroke แขนขาอ่อนแรง เกร็ง ให้ฟื้นตัวได้อย่างไร

อัปเดตล่าสุด: มิ.ย. พ.ศ. 2569  |  เขียนโดยทีมกายภาพบำบัด KIN  |  อ่าน 6 นาที

1. TMS คืออะไร 2. ช่วยฟื้นฟูอย่างไร 3. ข้อควรระวัง 4. ขั้นตอนที่ KIN 5. ผลลัพธ์ที่คาดหวัง 6. ทำไมเลือก KIN
แม้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองจะได้รับการรักษาทางการแพทย์อย่างเต็มที่แล้ว งานวิจัยพบว่าหลังการกายภาพบำบัดฟื้นฟูครบ 6 เดือน ยังมีผู้ป่วยราว 30% ที่ยังเดินเองไม่ได้ TMS หรือเครื่องกระตุ้นแม่เหล็กไฟฟ้าสมอง (Transcranial Magnetic Stimulation) คือเทคโนโลยีที่เข้ามาเสริมการฟื้นฟูในกลุ่มผู้ป่วยที่ยังมีอาการอ่อนแรงหรือเกร็งของกล้ามเนื้อ KIN Rehabilitation & Homecare ศูนย์ฟื้นฟูโรคหลอดเลือดสมองครบวงจร ก่อตั้ง พ.ศ. 2561 นำ TMS มาใช้ควบคู่กับเทคโนโลยีฟื้นฟู Strokeอื่นๆ โดยทีมแพทย์และนักกายภาพบำบัดที่มีใบประกอบวิชาชีพ
เครื่องกระตุ้นแม่เหล็กไฟฟ้าสมอง TMS ฟื้นฟูผู้ป่วย Stroke ที่ KIN

1. TMS คืออะไร

คำตอบสั้น: TMS คือการวางหัวส่งสัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้าไว้ที่ศีรษะหรือแขนขา เพื่อกระตุ้นสมองจากภายนอกโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่เจ็บ ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล ทำเป็นครั้งๆ ได้

Transcranial Magnetic Stimulation เป็นการส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าผ่านหนังศีรษะเข้าไปกระตุ้นเซลล์ประสาทในสมองโดยตรง โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือฝังอุปกรณ์ใดๆ ขณะทำผู้ป่วยอาจรู้สึกกล้ามเนื้อกระตุกเบาๆ แต่ไม่สร้างความเจ็บปวด สามารถลุกเดินและใช้ชีวิตต่อได้ทันทีหลังทำ เหมาะกับผู้ป่วยที่ผ่านการรักษาทางการแพทย์แล้วแต่ยังมีอาการอ่อนแรงหรือเกร็งของกล้ามเนื้อแขนขา ส่งผลต่อการช่วยเหลือตัวเองในชีวิตประจำวัน

2. TMS ช่วยฟื้นฟูผู้ป่วย Stroke ได้อย่างไร

คำตอบสั้น: TMS กระตุ้นสมองข้างที่เสียหายให้ทำงานดีขึ้น หรือยับยั้งสมองข้างตรงข้ามเพื่อปรับสมดุล ช่วยเร่งการเชื่อมต่อใหม่ของเซลล์ประสาท (Neuroplasticity) ทำให้กล้ามเนื้อขยับดีขึ้นและเกร็งน้อยลง

หลักการทำงานของ TMS อาศัยความรู้เรื่อง Neuroplasticity คือความสามารถของสมองในการปรับโครงสร้างและสร้างเส้นทางประสาทใหม่ทดแทนส่วนที่เสียหายจาก Stroke แพทย์และนักกายภาพบำบัดจะเลือกกระตุ้นสมองซีกที่มีปัญหาให้ตื่นตัวมากขึ้น หรือยับยั้งสมองซีกตรงข้ามที่ทำงานเกินไปเพื่อคืนความสมดุล เมื่อใช้ควบคู่กับโปรแกรมกายภาพบำบัดฟื้นฟู Strokeอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้การเคลื่อนไหวของแขนขาดีขึ้นและลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อได้ชัดเจนกว่าการทำกายภาพบำบัดเพียงอย่างเดียว

ขั้นตอนการทำ TMS กระตุ้นสมองผู้ป่วย Stroke ที่ KIN

3. TMS มีข้อควรระวังหรือไม่

คำตอบสั้น: TMS ปลอดภัยสูงและผลข้างเคียงต่ำ แต่ไม่เหมาะกับผู้ที่มีประวัติชัก มีโลหะฝังในสมอง (เช่น คลิปหนีบเส้นเลือดโป่งพอง) หรือฝังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ

ก่อนเริ่มทำ TMS ทุกครั้ง แพทย์จะประเมินประวัติสุขภาพผู้ป่วยอย่างละเอียด กลุ่มที่ต้องหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์เป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้มีประวัติอาการชักมาก่อน ผู้ที่มีโลหะฝังอยู่ในสมองอย่างคลิปหนีบเส้นเลือดโป่งพอง และผู้ที่ฝังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทางการแพทย์ เช่น เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ การประเมินโดยทีมแพทย์ก่อนทำจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ทำให้ TMS ที่ KIN ปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย

4. ขั้นตอนการทำ TMS ที่ KIN

คำตอบสั้น: แพทย์ตรวจประเมินก่อนทำทุกครั้ง จากนั้นนักกายภาพบำบัดวางหัวส่งสัญญาณที่ศีรษะหรือแขนขา ใช้เวลาราว 20-30 นาทีต่อครั้ง ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล ทำเสร็จกลับบ้านได้ทันที

ที่ KIN ผู้ป่วยจะได้รับการตรวจประเมินจากแพทย์ก่อนเริ่มโปรแกรม TMS ทุกครั้ง เพื่อคัดกรองความเสี่ยงและออกแบบตำแหน่งกระตุ้นให้เหมาะกับอาการของแต่ละคน จากนั้นนักกายภาพบำบัดผู้เชี่ยวชาญจะวางหัวส่งสัญญาณแม่เหล็กที่ศีรษะหรือแขนขา ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาทีต่อครั้ง ระหว่างทำผู้ป่วยรู้สึกตัวปกติ ไม่ต้องดมยาสลบ และสามารถกลับบ้านได้ทันทีหลังทำ โดยมักทำควบคู่ไปกับธาราบำบัดและลู่วิ่งใต้น้ำ หรือHBOT ออกซิเจนความดันสูง เพื่อเร่งผลลัพธ์การฟื้นฟูให้ครบวงจรยิ่งขึ้น

นักกายภาพบำบัด KIN ทำ TMS ให้ผู้ป่วย Stroke

5. ผลลัพธ์ที่คาดหวังจาก TMS

คำตอบสั้น: ผู้ป่วยที่ทำ TMS ควบคู่กายภาพบำบัดต่อเนื่อง มักพบว่าอาการเกร็งลดลงและควบคุมการเคลื่อนไหวแขนขาได้ดีขึ้น แต่ผลลัพธ์ขึ้นกับความรุนแรงของ Stroke ระยะเวลาและความต่อเนื่องของการฟื้นฟู

ผลลัพธ์ของ TMS แตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย ขึ้นกับความรุนแรงของ Stroke ตำแหน่งที่สมองเสียหาย และช่วงเวลาที่เริ่มฟื้นฟู หากเริ่มทำภายในช่วงเวลาทองของการฟื้นฟู (Golden Period) คือ 3-6 เดือนแรกหลัง Stroke มักเห็นการตอบสนองที่ดีกว่า ทีมแพทย์และนักกายภาพบำบัด KIN จะติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับโปรแกรมให้เหมาะกับการฟื้นตัวของผู้ป่วยแต่ละคน

6. ทำไมเลือกทำ TMS ที่ KIN

คำตอบสั้น: KIN เป็นศูนย์ฟื้นฟูที่รวม TMS ธาราบำบัด ลู่วิ่งใต้น้ำ และ HBOT ไว้ในเครือเดียวกัน ดูแลโดยแพทย์และสหวิชาชีพที่มีใบประกอบวิชาชีพ ดูแลผู้ป่วยมาแล้วกว่า 6,000 ครอบครัว ตั้งแต่ พ.ศ. 2561

KIN Rehabilitation & Homecare ลงทุนเทคโนโลยีฟื้นฟูให้ครบวงจรในเครือเดียวกัน ตั้งแต่ TMS ธาราบำบัดสระน้ำอุ่น ลู่วิ่งใต้น้ำ (Aquatic Treadmill) ไปจนถึง HBOT ออกซิเจนความดันสูง เพื่อให้ผู้ป่วย Stroke ได้รับการฟื้นฟูอย่างเป็นระบบโดยไม่ต้องเดินทางหลายที่ ดูแลโดยทีมแพทย์และนักกายภาพบำบัดที่มีใบประกอบวิชาชีพทุกคน พร้อมคลินิกโรคหลอดเลือดสมองเฉพาะทาง ให้บริการ 6 สาขาครอบคลุมกรุงเทพ พัทยา และศาลายา ดูแลครอบครัวผู้ป่วยมาแล้วกว่า 6,000 ครอบครัวตั้งแต่ พ.ศ. 2561 ดูรีวิวจริงได้ที่รีวิวผู้ป่วย Stroke หรือดูโปรแกรมโปรโมชั่นฟื้นฟู Strokeปัจจุบัน

"การฟื้นฟูผู้ป่วย Stroke ไม่ใช่เพียงเรื่องของเครื่องมือ แต่คือการสร้างระบบการดูแลที่ต่อเนื่องและเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคน"

ดร.ธงชัย โชคถนอมทรัพย์ — ผู้ก่อตั้ง KIN Rehabilitation & Homecare

ติดต่อสอบถาม | นัดประเมินฟรี

สาขาลาดพร้าว 71

LINE สอบถาม · โทร 091-803-3071

แบริ่ง (สุขุมวิท 107)

LINE สอบถาม · โทร 082-361-9119

ราชพฤกษ์

LINE สอบถาม · โทร 065-384-5494

รามคำแหง 24

LINE สอบถาม · โทร 091-803-3071

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ TMS (ตอบโดยทีมแพทย์ KIN)

TMS เจ็บหรือไม่

ไม่เจ็บ ผู้ป่วยอาจรู้สึกกล้ามเนื้อกระตุกเบาๆ ขณะทำ แต่ไม่สร้างความเจ็บปวด และไม่ต้องดมยาสลบ

ต้องนอนโรงพยาบาลไหม

ไม่ต้อง ทำแบบผู้ป่วยนอก ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาทีต่อครั้ง ทำเสร็จกลับบ้านได้ทันที

ใครทำ TMS ไม่ได้บ้าง

ผู้มีประวัติอาการชักมาก่อน มีโลหะฝังในสมอง เช่น คลิปหนีบเส้นเลือดโป่งพอง หรือฝังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทางการแพทย์ เช่น เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนทำเสมอ

ต้องทำกี่ครั้งถึงเห็นผล

ขึ้นกับความรุนแรงของอาการและการตอบสนองของผู้ป่วยแต่ละคน แพทย์จะประเมินและวางแผนจำนวนครั้งที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล

TMS ใช้ร่วมกับกายภาพบำบัดปกติได้ไหม

ได้ และแนะนำให้ทำควบคู่กัน เพราะ TMS ช่วยกระตุ้นสมองให้พร้อมรับการฝึกเคลื่อนไหวจากกายภาพบำบัดได้ดีขึ้น

ทำ TMS ที่ KIN ต้องเตรียมตัวอย่างไร

ควรพกประวัติการรักษาและผลเอกซเรย์สมอง (ถ้ามี) มาให้แพทย์ประเมินก่อนวางแผนโปรแกรมกระตุ้น

เขียนและตรวจสอบโดย: กภ.ประวีณา แสนสุวรรณ นักกายภาพบำบัด KIN Rehabilitation & Homecare | ตรวจสอบโดยทีมแพทย์และสหวิชาชีพ KIN | อัปเดตล่าสุด: มิ.ย. พ.ศ. 2569
บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล กรุณาปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจรักษา
Tags: เครื่องกระตุ้นแม่เหล็กไฟฟ้าสมอง TMS Transcranial Magnetic Stimulation