โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)
 
โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)
 
หรือโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต คือภาวะที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยง ทำให้สูญเสียการทำงานอย่างเฉียบพลัน
เป็นสาเหตุความพิการและเสียชีวิตมากเป็นอันดับ 1 ของผู้หญิง และอันดับ 3 ของผู้ชายในไทย
พิการ ปีละ 2.5 แสนรายต่อปีและเสียชีวิตจำนวน 5 หมื่นรายต่อปี สามารถเกิดได้กับประชาชนทุกกลุ่มวัย

สถานการณ์โรคหลอดเลือดสมองทั่วโลก ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค
โรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 2 ของโลก
ผู้ป่วยจำนวน 80 ล้านคน ผู้เสียชีวิตประมาณ 5.5 ล้านคน
พบผู้ป่วยใหม่ถึง 13.7 ล้านคน / ปี
โดย 1 ใน 4 เป็นผู้ป่วยที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป
60 % เสียชีวิตก่อนวัยอันควร
ความเสียงของการเกิดโรคหลอดเลือดสมองในประชากรโลกปี 2562
ทุกๆ 4 คน จะป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมอง 1 คน
ทุก 4 นาที วินิจฉัย โรคหลอดเลือดสมอง 1 คน
ร้อยละ 80 ของประชากรโลกที่มีความเสี่ยงสามารถป้องกันได้
 
โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)
เป็นภาวะสมองได้รับเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพออย่างเฉียบพลัน เนื่องจากมีการอุดตันหรือแตกของเส้นเลือดที่นำเลือดไปเลี้ยงสมองส่วนต่างๆ ส่งผลให้เซลสมองขาดเลือดไปเลี้ยง (lschemia) หรือเซลล์สมองตาย (Infarction)

ชนิดของโรคหลอดเลือดสมอง
หลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน (Ischemic Stroke) เป็นสาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง พบได้ประมาณ 80% หลอดเลือดสมองอุดตันเกิดได้จากลิ่มเลือดที่เกิดขึ้นในบริเวณอื่นไหลไปตามกระแสเลือดจนไปอุดตันที่หลอดเลือดสมอง หรืออาจเกิดจากมีลิ่มเลือดก่อตัวในหลอดเลือดสมอง และขยายขนาดใหญ่ขึ้นจนอุดตันหลอดเลือดสมอง ส่วนสาเหตุของหลอดเลือดสมองตีบอาจเกิดจากการสะสมของไขมันในหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดตีบแคบ มีความยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพในการลำเลียงเลือดลดลง

หลอดเลือดสมองแตก (Hemorrhagic Stroke) พบได้ประมาณ 20% ของโรคหลอดเลือดสมอง เกิดจากหลอดเลือดมีความเปราะบางร่วมกับภาวะความดันโลหิตสูง ทำให้บริเวณที่เปราะบางนั้นโป่งพองและแตกออก หรืออาจเกิดจากหลอดเลือดเสียความยืดหยุ่นจากการสะสมของไขมันในหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดปริแตกได้ง่าย ซึ่งอันตรายมากเนื่องจากทำให้ปริมาณเลือดที่ไปเลี้ยงสมองลดลงอย่างฉับพลันและทำให้เกิดเลือดออกในสมอง ส่งผลให้ผู้ป่วยเสียชีวิตในเวลาอันรวดเร็วได้

สาเหตุทำให้เกิด โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)

1. อายุที่มากขึ้น เพราะความเสื่อมของหลอดเลือดสมองมีมากขึ้นตามอายุ
2. โรคความดันโลหิตสูง เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง
3. โรคเบาหวาน เพราะจะทำให้หลอดเลือดสมองแข็งตัว ส่งผลให้หลอดเลือดตีบตัน
4. โรคไขมันในเลือดสูง เพราะระดับไขมันในเลือดที่สูงจะส่งผลให้หลอดเลือดแข็งตัวและเกิดการตีบ
5. สูบบุหรี่เป็นประจำ
6. การดื่มสุรา
7. โรคอ้วน
 
โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) โรคนี้กำลังเป็นภัยเงียบที่คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกไปแล้วมากกว่า 80 ล้านคน และทำให้อีกกว่า 50 ล้านคนต้องพิการ นั่นทำให้โรคหลอดเลือดสมองกลายเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ แม้ดูเหมือนจะเป็นโรคแบบปัจจุบันทันด่วน แต่ก็มีที่มาที่ไปและสัญญาณให้สังเกตก่อนจะสายเกินแก้ โรคหลอดเลือดสมองนั้นเป็นภาวะที่สมองขาดเลือดไปหล่อเลี้ยง ซึ่งเกิดได้ทั้งจากการที่หลอดเลือดตีบ ตัน หรือแตก ส่งผลให้เซลล์สมองตายในที่สุด ทำให้เกิด 4 อาการเกิดขึ้นกับร่างกาย โดยสามารถแทนด้วยอักษรภาษาอังกฤษว่า FAST ซึ่งแสดงถึงอาการเฉียบพลันของโรคได้สมชื่อ โดยอาการเหล่านั้นได้แก่

F = Face เวลายิ้มพบว่ามุมปากข้างหนึ่งตก
A = Arms ยกแขนข้างใดข้างหนึ่งไม่ขึ้น
S = Speech มีปัญหาในการพูด แม้ประโยคง่ายๆ ก็พูดออกมาได้อย่างติดขัดจนฟังไม่รู้เรื่อง
T = Time หากเกิดอาการต่างๆ เหล่านี้ขึ้น ให้รีบไปโรงพยาบาลโดยด่วน และต้องได้รับการรักษาภายใน 3 ชั่วโมง เพื่อจะได้ช่วยรักษาชีวิตหรือฟื้นฟูให้กลับมาเป็นปกติ หรือใกล้เคียงคนปกติให้ได้มากที่สุด

เมื่อเกิดอาการของโรคโรคหลอดเลือดสมอง
- 15-20% เสียชีวิต
- 20-30% มีความพิการขั้นรุนแรง
- 50% มีความพิการเล็กน้อยหรือหายเป็นปกติ

การรักษาโรคหลอดเลือดสมอง
- การรักษาด้วยยา
- การรักษาด้วยการผ่าตัด
- การทำกายภาพบำบัด
 
เป้าหมายในการฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง
- ผู้ป่วยสามารถกลับไปทำกิจกรรมประจำวันกับครอบครัวได้ตามปกติ
- ศักยภาพในการทำกิจกรรมต่างๆ
- สมองและกล้ามเนื้อกระตุ้นและพัฒนาความสามารถในระยะสั้นและยาว
- ไม่เกิดความพิการซ่ำซ้อน
- ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนนอนติดเตียง

การวางแผนดูแลผู้ป่วยทางสมอง
- วางเป้าหมายในระยะสั้นและยาว
- ด้านร่างกาย ยา อาหาร กายภาพบำบัด
- ด้านจิตใจ
- ผู้ดูแล (Cargiver) คือหัวใจสำคัญในการดูแลฟื้นฟูผู้ป่วยกลุ่มโรคหลอดเลือดสมอง

Golden Period หัวใจสำคัญในการฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง
Golden Period หรือช่วงเวลาทองของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง คือ หลังผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองผ่านช่วงวิกฤติ ระยะเวลาที่ได้ผลดีที่สุดในการฟื้นฟูสมองและร่างกาย (Golden Period) คือ ระยะเวลาไม่เกิน 3-6 เดือนแรกหลังเกิดภาวะโรค ไม่ว่าจะเป็นหลอดเลือดสมองตีบ แตกหรือตันก็ตาม เนื่องจากสมองและร่างกายสามารถฝึกและพัฒนาได้ดีหากผู้ป่วยได้รับการฟื้นฟูอย่างถูกต้องและถูกวิธี
 
ฟื้นฟูผู้ป่วย โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เส้นเลือดในสมองตีบ เส้นเลือดในสมองแตก รักษาได้โดยเฉพาะในระยะเวลา 3-6 เดือน (Golden Period) หลังตรวจ พบอาการ เน้นการฟื้นฟูร่างกายผู้ป่วยโดยมีแพทย์ พญ. หทัยรัตน์ ผดุงกิจ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุกรรมระบบประสาทวิทยา ใช้วิธีผสมผสานการให้ออกซิเจนบำบัด (Oxygen Therapy) วิตามิน (Vitamin Boost) การฟื้นฟูหลอดเลือด (Vascular Flush) ร่วมกับการทำกายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด และการใช้เครื่องกระตุ้นแม่เหล็กไฟฟ้าสมอง (Transcranial Magnetic Stimulation) เพื่อฟื้นฟูเซลล์สมอง

TMS ช่วยรักษาภาวะอัมพฤกษ์-อัมพาต ได้อย่างไร ?
การบำบัดด้วยเครื่องกระตุ้นแม่เหล็กไฟฟ้าสมอง (Transcranial Magnetic Stimulation) กลุ่มอัมพฤษ์ อัมพาต ซึ่งเกิดจากหลอดเลือดสมองตีบ (Stroke) สามารถใช้เครื่องกระตุ้นแม่เหล็กมาบำบัดรักษาแล้วเร่งรัดทำให้อาการฟื้นตัวของอาการอัมพฤกษ์ อัมพาต เหล่านี้ดำเนินต่อเนื่องต่อไป แล้วก็มีการฟื้นตัวทุก ๆ ครั้งที่มีการรักษา คงได้ยินเรื่องราวของอัมพฤกษ์อัมพาตว่าหลังจาก 6 เดือน ไปแล้วหรือว่า 1 ปี ไปแล้วอาการที่ฟื้นตัวมามักจะคงที่ แต่การกระตุ้นด้วยแม่เหล็กนี้ทำให้การฟื้นตัวดำเนินต่อไปได้เรื่อย ๆ ถึงแม้ว่าจะไม่แบบกระตุ้นทีเดียวหายก็ตามแต่ความรู้สึกของผู้ป่วยหรือการตรวจจากแพทย์จะรู้ได้เลยว่าอาการอัมพฤกษ์อัมพาตต่างๆ เหล่านั้นมีความคืบหน้ามีผลต่อการรักษาที่ชัดเจน ทุกครั้งไป และจะเห็นได้ชัดเจนถ้าทำ 5-10 ครั้งขึ้นไป
 
TMS ทำงานอย่างไร ?
โดยหลักการของเครื่อง คือ การส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เข้าไปกระตุ้นสมองจากภายนอก โดยสามารถทำได้ทั้งการกระตุ้นสมองข้างที่มีปัญหา หรือยับยั้งสมองข้างตรงข้ามเพื่อปรับสมดุลในการทำงานของสมอง ซึ่งการกระตุ้นดังกล่าวจะเป็นการเร่งการเชื่อมต่อกันใหม่ของเซลล์ประสาท เพื่อให้เกิดการฟื้นฟูและการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อดีขึ้น นอกจากนั้นยังสามารถกระตุ้นกล้ามเนื้อที่แขนขาเพื่อลดการเกร็งของกล้ามเนื้อได้ดีขึ้นอีกด้วย

TMS ทำให้คนไข้เจ็บหรือไม่ ?
วีธีการทำเป็นเพียงการนำหัวส่งสัญญาณแม่เหล็ก มาวางที่ศีรษะ หรือแขนขาเท่านั้น ขณะทำผู้ป่วยอาจพบการกระตุกของกล้ามเนื้อบ้าง แต่ไม่สร้างความเจ็บปวดให้กับผู้ป่วยแต่อย่างใด และสามารถมาทำเป็นครั้งๆ โดยไม่ต้องพักค้าง
 
 ปรึกษา​แพทย์​ โทร​ 065-594-2989 โทรสอบถาม 091-803-3071 / 02-020-1171 
line แอด LINE@ สอบถามรายละเอียด @kin.rehab มี @ ข้างหน้า หรือ Click : http://bit.ly/2M5f3Id
 Youtube Channel : https://cutt.ly/TyTh3bd
 แผนที่ไป KIN : http://bit.ly/2VvPDq6

ข่าวสารบทความ อื่นๆ