ดูแลผู้สูงอายุ วิเคราะห์ตรงไปตรงมา
ผู้สูงอายุนอนกลางวัน
ตื่นกลางคืน — แก้ไขอย่างไร
ปัญหาที่ทำให้ผู้ดูแลอ่อนล้าที่สุด แต่มีวิธีปรับที่ได้ผลจริงหากเข้าใจสาเหตุ
เขียนโดย พว.ลลดา · ตรวจสอบโดย พญ.กมลฉัตร โชคถนอมทรัพย์ ว.40854 · ก.ค. พ.ศ. 2569
แก้ได้
ด้วยการปรับ
ที่ถูกจุด
แสง
ปัจจัยสำคัญ
ที่มักถูกลืม
ค่อยๆ
ปรับทีละน้อย
ไม่ใช่หักดิบ
อาจมีสาเหตุ
ทางการแพทย์
ที่ต้องตรวจ
"คุณแม่นอนกลางวันทั้งวัน แต่พอกลางคืนกลับตื่นเดินไปมาไม่ยอมนอน" ปัญหานี้เป็นหนึ่งในสิ่งที่ทำให้ผู้ดูแลอ่อนล้าที่สุด เพราะกระทบทั้งการพักผ่อนของผู้ดูแลเองและความปลอดภัยของผู้สูงอายุที่อาจเดินเพ่นพ่านตอนกลางคืน ข่าวดีคือภาวะนี้ปรับแก้ได้จริงเมื่อเข้าใจสาเหตุที่แท้จริง ไม่ใช่แค่พยายามบังคับให้นอนซึ่งมักไม่ได้ผลและอาจทำให้สถานการณ์แย่ลง บทความนี้อธิบายสาเหตุและวิธีปรับที่ได้ผลจริง
ทำไมผู้สูงอายุนอนกลับวัน — คำตอบตรงๆ
คำตอบสั้น: นาฬิกาชีวิตตามธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไปตามวัย ประกอบกับผู้สูงอายุมักได้รับแสงแดดน้อยลงและกิจกรรมทางกายลดลง ทำให้ร่างกายสับสนระหว่างกลางวันกับกลางคืน นอกจากนี้ยังอาจเกี่ยวข้องกับภาวะสมองเสื่อมในบางราย
แสงแดดมีบทบาทสำคัญมากในการควบคุมนาฬิกาชีวิตของร่างกาย ผู้สูงอายุที่อยู่แต่ในบ้านและไม่ได้รับแสงแดดเพียงพอในตอนกลางวัน ร่างกายจะไม่ได้รับสัญญาณที่ชัดเจนว่าเป็นเวลากลางวัน ทำให้นาฬิกาชีวิตคลาดเคลื่อนและนำไปสู่การนอนหลับในเวลาที่ไม่เหมาะสม
คำถามที่ควรถามจึงไม่ใช่ "ทำไมท่านดื้อไม่ยอมนอนกลางคืน" แต่คือ "นาฬิกาชีวิตของท่านได้รับสัญญาณที่ถูกต้องหรือเปล่า" เพราะพฤติกรรมนี้ไม่ใช่ความตั้งใจ แต่เป็นผลจากร่างกายที่สับสนช่วงเวลา
ความจริงที่ต้องพูด: ในผู้ป่วยที่มีภาวะสมองเสื่อม การนอนกลับวันอาจรุนแรงขึ้นและมีอาการสับสนกระวนกระวายร่วมด้วยในตอนเย็น เรียกว่า Sundowning ซึ่งต้องการการจัดการที่ละเอียดอ่อนกว่าการปรับพฤติกรรมทั่วไป และอาจต้องปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง
ปรับถูก vs ปรับผิด — วิเคราะห์ตรงๆ
คำตอบสั้น: การปรับที่ได้ผลต้องอาศัยความสม่ำเสมอและค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่ความผิดพลาดที่พบบ่อยคือการบังคับให้นอนกลางวันน้อยลงทันทีซึ่งอาจทำให้เหนื่อยล้าและหงุดหงิดมากขึ้น
สิ่งที่ควรทำ
✓เพิ่มแสงแดดในตอนเช้า — พาออกไปรับแสงแดดหรือเปิดม่านให้แสงเข้าบ้านตอนเช้าช่วยตั้งนาฬิกาชีวิตใหม่
✓สร้างกิจวัตรที่แน่นอนทุกวัน — ตื่นนอนและเข้านอนเวลาเดิมช่วยให้ร่างกายปรับตัวได้ดีขึ้น
✓ลดการงีบตอนบ่ายให้สั้นลงทีละน้อย — ปรับแบบค่อยเป็นค่อยไปแทนการตัดออกทันที
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
✗บังคับไม่ให้งีบเลยทันที — อาจทำให้เหนื่อยล้ามากเกินไปและหงุดหงิดกระวนกระวาย
✗ให้ดูโทรทัศน์หรือใช้หน้าจอก่อนนอน — แสงจากหน้าจอรบกวนการหลับได้มากในผู้สูงอายุเช่นกัน
✗ดุว่าหรือแสดงความหงุดหงิดเมื่อตื่นกลางคืน — อาจทำให้ผู้สูงอายุเครียดและนอนหลับยากขึ้นไปอีก
สูตรปรับนาฬิกาชีวิตที่ได้ผลจริง
คำตอบสั้น: สูตรที่ได้ผลคือเพิ่มแสงและกิจกรรมในตอนกลางวัน ลดสิ่งกระตุ้นในตอนเย็น และสร้างสัญญาณที่ชัดเจนว่าถึงเวลานอนแล้ว ทำอย่างสม่ำเสมอทุกวันจึงจะเห็นผล
1
เพิ่มแสงและกิจกรรมกลางวัน
พาออกไปรับแสงแดดหรือทำกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวในช่วงกลางวัน ช่วยให้ร่างกายรู้สึกเหนื่อยพอดีตอนกลางคืน
2
ลดสิ่งกระตุ้นตอนเย็น
หลีกเลี่ยงคาเฟอีนช่วงบ่ายแก่ๆ และลดแสงในบ้านให้สลัวลงเมื่อใกล้เวลานอน
3
สร้างสัญญาณเวลานอนที่ชัดเจน
กิจวัตรก่อนนอนที่ทำซ้ำทุกคืน เช่น อาบน้ำอุ่นหรือฟังเพลงเบาๆ ช่วยส่งสัญญาณให้ร่างกายรู้ว่าถึงเวลานอนแล้ว
เมื่อไหร่ต้องพบแพทย์
คำตอบสั้น: ควรพบแพทย์หากปรับพฤติกรรมแล้วไม่ดีขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์ หรือมีอาการสับสนกระวนกระวายรุนแรงร่วมด้วยโดยเฉพาะในตอนเย็น ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะที่ต้องได้รับการดูแลเฉพาะทาง
บางกรณีอาการนอนกลับวันอาจเกี่ยวข้องกับภาวะซึมเศร้าหรือความเจ็บปวดที่ไม่ได้รับการรักษา ซึ่งรบกวนการนอนหลับตอนกลางคืน การพบแพทย์ช่วยแยกแยะสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนการรักษาที่ตรงจุดมากกว่าการปรับพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว
"ลูกสาวคนหนึ่งเล่าว่าแทบไม่ได้นอนมาสามเดือนเพราะคุณแม่ตื่นเดินไปมาตอนตีสองตีสามทุกคืน เราแนะนำให้เริ่มพาคุณแม่ออกไปรับแดดตอนเช้าและลดการงีบตอนบ่ายทีละนิด ภายในสองสัปดาห์คุณแม่เริ่มนอนหลับยาวขึ้นตอนกลางคืน ลูกสาวบอกว่าเหมือนได้ชีวิตคืนมา สิ่งที่อยากบอกทุกครอบครัวคือ อย่าเพิ่งท้อ เพราะการปรับที่ถูกจุดให้ผลได้จริงและเร็วกว่าที่คิด"
พว.ลลดา
พยาบาลวิชาชีพ KIN Rehabilitation & Homecare
การดูแลตัวเองของผู้ดูแลระหว่างปรับพฤติกรรม
คำตอบสั้น: ในช่วงที่กำลังปรับพฤติกรรม ผู้ดูแลควรหาคนช่วยผลัดเปลี่ยนดูแลตอนกลางคืนหากเป็นไปได้ เพื่อให้ตัวเองได้พักผ่อนเพียงพอ การอดนอนของผู้ดูแลเองก็เป็นความเสี่ยงต่อสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม
KIN ช่วยครอบครัวเรื่องนี้อย่างไร
คำตอบสั้น: ทีมพยาบาลของ KIN ให้คำแนะนำในการปรับพฤติกรรมการนอนและสามารถช่วยดูแลผู้สูงอายุบางช่วงเวลาเพื่อให้ผู้ดูแลหลักได้พักผ่อน
เขียนโดย
พว.ลลดา
พยาบาลวิชาชีพ
KIN Rehabilitation & Homecare
ตรวจสอบโดย: พญ.กมลฉัตร โชคถนอมทรัพย์ ว.40854 — แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัย และทีมสหวิชาชีพ KIN | อัปเดตล่าสุด: ก.ค. พ.ศ. 2569 | ข้อมูลนี้เพื่อให้ความรู้เบื้องต้น ไม่ทดแทนการปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินรายบุคคล
ติดต่อสอบถาม | นัดประเมินฟรี
ทีม KIN ให้คำแนะนำปรับพฤติกรรมการนอนและช่วยแบ่งเบาภาระผู้ดูแล
สายด่วนกลาง: 02-096-4996
คำถามที่พบบ่อย — ตอบโดยทีมแพทย์ KIN
ให้ยานอนหลับช่วยแก้ปัญหานี้ได้ไหม?
ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยานอนหลับในผู้สูงอายุ เพราะมีความเสี่ยงผลข้างเคียงและปฏิกิริยากับยาอื่น การปรับพฤติกรรมมักเป็นแนวทางแรกที่แพทย์แนะนำก่อนพิจารณาใช้ยา
ต้องตัดงีบกลางวันออกทั้งหมดไหม?
ไม่จำเป็นต้องตัดทั้งหมด แต่ควรจำกัดให้สั้นลงและอยู่ในช่วงเวลาที่เหมาะสม เช่น ไม่เกิน 30 นาทีในช่วงบ่ายต้น หลีกเลี่ยงการงีบยาวหรืองีบใกล้เย็น
Sundowning คืออะไร ต่างจากนอนกลับวันทั่วไปอย่างไร?
Sundowning คืออาการสับสนกระวนกระวายที่แย่ลงในช่วงเย็นถึงค่ำ พบบ่อยในผู้ป่วยสมองเสื่อม ต่างจากการนอนกลับวันทั่วไปตรงที่มีอาการทางพฤติกรรมที่ซับซ้อนกว่า ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางหากสงสัยภาวะนี้
ปรับพฤติกรรมแล้วต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงเห็นผล?
แตกต่างกันในแต่ละคน บางรายเห็นผลภายในหนึ่งถึงสองสัปดาห์ บางรายอาจต้องใช้เวลานานกว่านั้น ความสม่ำเสมอในการทำทุกวันเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด
KIN ช่วยดูแลตอนกลางคืนได้ไหม?
ได้ค่ะ KIN มีบริการดูแลที่ช่วยแบ่งเบาภาระผู้ดูแลหลักในบางช่วงเวลา ทำให้ผู้ดูแลได้พักผ่อนขณะที่กำลังปรับพฤติกรรมการนอนของผู้สูงอายุ
ติดต่อสอบถาม | นัดประเมินฟรี