ผู้ป่วย Stroke ติดเตียง ฟื้นฟูได้ไหม? สิ่งที่ต้องรู้และต้องทำก่อนสายเกินไป

บทความสุขภาพ | KIN Rehabilitation

ผู้ป่วย Stroke ติดเตียง ฟื้นฟูได้ไหม?
สิ่งที่ต้องรู้และต้องทำก่อนสายเกินไป

การนอนอยู่เฉยๆ บนเตียงโดยไม่มีการฟื้นฟูเลย คืออันตรายที่ซ่อนอยู่ที่ครอบครัวส่วนใหญ่ไม่รู้ว่ากำลังเผชิญ

โดย ทีมแพทย์และสหวิชาชีพ KIN Rehabilitation | ใช้เวลาอ่าน 9 นาที | อัปเดต พ.ศ. 2569

เนื้อหาในบทความนี้

1. ทำไมผู้ป่วย Stroke ถึงติดเตียง — และมันหมายความว่าอะไร

คำตอบสั้น: การติดเตียงในระยะแรกหลัง Stroke ไม่ได้หมายความว่ากล้ามเนื้อเสียถาวร แต่เพราะสมองที่เพิ่งบาดเจ็บยังส่งสัญญาณสั่งงานร่างกายได้น้อย ร่างกายยังอยู่ที่นั่น แต่ "สายไฟ" ที่เชื่อมสมองกับกล้ามเนื้อเสียหาย ซึ่งสามารถซ่อมแซมได้ด้วยการฟื้นฟูที่ถูกต้อง

ช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลัง Stroke ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะนอนอยู่บนเตียงและยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ครอบครัวหลายรายเข้าใจว่านี่คือสัญญาณว่า "สายเกินไปแล้ว" หรือ "กล้ามเนื้อพิการถาวร" แต่ความจริงคือ ช่วงเวลานี้คือจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟู ไม่ใช่จุดสิ้นสุด

80%

ของผู้ป่วยที่ได้รับการฟื้นฟูสภาพสามารถเพิ่มความสามารถในการช่วยเหลือตัวเองได้

24-48 ชม.

ควรเริ่มฟื้นฟูหลังอาการคงที่ ไม่ใช่รอจนลุกได้ก่อน

5 อย่าง

ภาวะแทรกซ้อนจากการนอนนิ่งที่เกิดขึ้นได้ทุกวันหากไม่มีการฟื้นฟู

ความเข้าใจผิดที่อันตรายที่สุด

"รอให้แข็งแรงขึ้นก่อน แล้วค่อยทำกายภาพ" คือประโยคที่ทำให้ผู้ป่วยหลายรายเสียโอกาสการฟื้นตัวไปตลอดชีวิต เพราะทุกวันที่นอนนิ่งโดยไม่ขยับ ร่างกายกำลังเสื่อมลงในหลายด้านพร้อมกัน ในขณะที่สมองกำลังรอสัญญาณจากร่างกายเพื่อสร้างเส้นทางประสาทใหม่

2. ฟื้นฟูได้ไหม — คำตอบที่ครอบครัวต้องการ

คำตอบสั้น: ได้ แต่มีเงื่อนไข ผู้ป่วย Stroke ที่ติดเตียงในระยะแรกส่วนใหญ่ฟื้นตัวได้ถ้าได้รับการฟื้นฟูที่ถูกต้องตั้งแต่เนิ่นๆ ระดับการฟื้นตัวขึ้นอยู่กับความรุนแรงของ Stroke และคุณภาพของการดูแลในช่วงแรก ไม่ใช่แค่โชค

สมองมีคุณสมบัติที่เรียกว่า Neuroplasticity ความสามารถในการสร้างเส้นทางประสาทใหม่ทดแทนส่วนที่เสียหาย คุณสมบัตินี้ทำงานได้ดีที่สุดในช่วงแรกหลัง Stroke และต้องการการกระตุ้นจากการเคลื่อนไหวซ้ำๆ ถ้าผู้ป่วยนอนนิ่งๆ สมองไม่ได้รับสัญญาณที่ต้องการ กระบวนการซ่อมแซมก็ช้าลง

สัญญาณที่บ่งบอกว่ามีโอกาสฟื้นตัวได้ดี

ควบคุมการขับถ่ายได้ภายใน 1-2 สัปดาห์หลังเกิดโรค
กล้ามเนื้อลำตัว สะโพก หัวไหล่เริ่มฟื้นตัวก่อน
กล้ามเนื้อแต่ละมัดมีการตอบสนองภายใน 4-6 สัปดาห์
ผู้ป่วยมีอารมณ์ดี ไม่ซึมเศร้า มีความตั้งใจในการฝึก
มีครอบครัวสนับสนุนและให้กำลังใจอย่างสม่ำเสมอ

ปัจจัยที่ทำให้การฟื้นตัวยากขึ้น

Stroke รุนแรง เนื้อสมองเสียหายมาก
ผู้ป่วยหมดสติอยู่นานก่อนได้รับการรักษา
ไม่ได้รับการฟื้นฟูตั้งแต่ต้น ปล่อยให้นอนนิ่งนาน
มีโรคประจำตัวหลายโรคที่ไม่ได้รับการควบคุม

สิ่งที่ครอบครัวควบคุมได้จริงๆ คือ การตัดสินใจว่าจะเริ่มฟื้นฟูเมื่อไหร่ และที่ไหน ส่วนปัจจัยอื่นอยู่นอกเหนือการควบคุม แต่คุณภาพของการดูแลใน3 เดือนแรกคือสิ่งที่กำหนดผลลัพธ์ระยะยาวมากที่สุด

3. อันตราย 5 อย่างที่เกิดขึ้นทุกวันถ้าไม่ฟื้นฟู

คำตอบสั้น: การนอนอยู่เฉยๆ โดยไม่มีการฟื้นฟูทำให้ร่างกายเสื่อมลงทุกวัน เกิดภาวะที่เรียกว่า Deconditioning ซึ่งทำให้การฟื้นตัวในภายหลังยากขึ้นมาก บางภาวะป้องกันได้ง่ายถ้าเริ่มจัดการตั้งแต่วันแรก

1

แผลกดทับ — เกิดได้ภายใน 2-3 ชั่วโมง

การนอนทับส่วนเดิมนานๆ ทำให้เลือดไม่ไปเลี้ยงผิวหนัง เกิดเนื้อตายและแผลที่รักษายากมาก แผลกดทับในผู้สูงอายุและผู้ป่วยระยะแรกอาจลุกลามถึงกระดูกและติดเชื้อรุนแรงได้ ป้องกันได้โดยพลิกตัวทุก 2 ชั่วโมงและจัดท่านอนให้ถูกต้อง ซึ่งต้องอาศัยความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ

2

ข้อยึดติดและกล้ามเนื้อหดรั้ง

ข้อต่อและกล้ามเนื้อที่ไม่ถูกขยับจะค่อยๆ แข็งและสูญเสียช่วงการเคลื่อนไหว ถ้าปล่อยนานพอ ข้อยึดติดถาวร ทำให้การฟื้นฟูในภายหลังยากขึ้นหลายเท่า และบางครั้งเจ็บปวดมาก การทำ Passive ROM ที่นักกายภาพช่วยขยับข้อต่อให้ผู้ป่วยทุกวัน คือสิ่งที่ป้องกันได้โดยตรง

3

ปอดอักเสบจากการสำลักและหายใจตื้น

ผู้ป่วย Stroke มักมีปัญหากลืนลำบาก เสี่ยงสำลักอาหารและน้ำลายเข้าปอดโดยไม่รู้ตัว การนอนราบนานทำให้เสมหะสะสมในปอดและเกิดปอดอักเสบได้ง่าย ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่พบบ่อยมากในผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม

4

กล้ามเนื้อลีบ — สูญเสียเร็วกว่าที่คิด

กล้ามเนื้อที่ไม่ถูกใช้งานจะลีบฝ่อลงเร็วมาก โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ การสูญเสียมวลกล้ามเนื้อในช่วงแรกทำให้การฝึกยืนและเดินในภายหลังยากขึ้นมาก เพราะกล้ามเนื้อที่รองรับน้ำหนักร่างกายไม่มีความแข็งแรงพอ

5

DVT — ลิ่มเลือดในเส้นเลือดดำ

การไม่เคลื่อนไหวทำให้เลือดในขาไหลเวียนช้าลงและเกิดลิ่มเลือดในเส้นเลือดดำส่วนลึกได้ ถ้าลิ่มเลือดหลุดและไปอุดที่ปอดเกิดเป็น Pulmonary Embolism ซึ่งอันตรายถึงชีวิต การขยับขาและใช้ถุงน่องรัดเส้นเลือดช่วยป้องกันได้ แต่ต้องทำอย่างถูกวิธี

4. การฟื้นฟูบนเตียงทำอะไรได้บ้าง — และเป้าหมายแต่ละขั้น

คำตอบสั้น: การฟื้นฟูไม่จำเป็นต้องรอให้ผู้ป่วยลุกนั่งได้ก่อน เริ่มได้ตั้งแต่ยังอยู่บนเตียงด้วยการจัดท่า ขยับข้อต่อ ฝึกกลืน และกระตุ้นประสาทสัมผัส ซึ่งล้วนส่งสัญญาณไปยังสมองเพื่อกระตุ้น Neuroplasticity โดยตรง

จัดท่านอนให้ถูกต้อง

ท่านอนที่ถูกต้องป้องกันกล้ามเนื้อหดรั้ง ลดแรงกดทับ และช่วยให้ระบบหายใจทำงานได้ดีขึ้น ต้องพลิกตัวทุก 2 ชั่วโมงด้วยความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ

Passive ROM ขยับข้อต่อทุกวัน

นักกายภาพบำบัดช่วยขยับแขน ขา และข้อต่อต่างๆ ให้ผู้ป่วยแม้ยังเคลื่อนไหวเองไม่ได้ ป้องกันข้อยึดและส่งสัญญาณกระตุ้นสมองให้รับรู้การเคลื่อนไหว

ฝึกกลืนตั้งแต่วันแรก

นักอรรถบำบัดประเมินการกลืนและเริ่มฝึกโดยเร็ว เพื่อป้องกันปอดอักเสบจากการสำลัก และเปิดทางให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารเพียงพอสำหรับการฟื้นตัว

กระตุ้นประสาทสัมผัส

ถูผิวหนังบริเวณที่ชาหรืออ่อนแรงด้วยผ้าหรือแปรงนุ่มๆ เพื่อส่งสัญญาณกระตุ้นเส้นประสาทและสมอง กระตุ้นให้สมองรับรู้ว่าส่วนนั้นยังมีอยู่

ฝึกนั่งทรงตัวบนเตียง

เป้าหมายแรกที่สำคัญ เมื่อผู้ป่วยสามารถนั่งทรงตัวบนเตียงได้ก็จะเปิดทางสู่การลุกยืนและเดินต่อไป ต้องฝึกอย่างค่อยเป็นค่อยไปภายใต้การดูแล

ดูแลโภชนาการและสารอาหาร

สมองที่กำลังซ่อมแซมตัวเองต้องการโปรตีนและสารอาหารเพียงพอ นักโภชนาการวางแผนอาหารที่เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละรายตั้งแต่วันแรก

เส้นทางการฟื้นตัวจากติดเตียงสู่เดินได้

ระยะที่ 1

จัดท่า Passive ROM ฝึกกลืน

ระยะที่ 2

นั่งทรงตัวบนเตียงได้

ระยะที่ 3

ลุกนั่งข้างเตียง ห้อยขา

ระยะที่ 4

ยืนได้ด้วยการพยุง

ระยะที่ 5

เดินได้ด้วยอุปกรณ์

5. KIN — ระบบดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่ออกแบบมาเพื่อไม่ให้ภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้น

คำตอบสั้น: KIN มีระบบดูแลผู้ป่วย Stroke ติดเตียงตั้งแต่วันแรกที่ออกจาก รพ. โดยทีมสหวิชาชีพที่ทำงานร่วมกัน เป้าหมายหลักคือป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการนอนนิ่ง และเร่งกระบวนการฟื้นตัวให้เร็วที่สุดเท่าที่ผู้ป่วยแต่ละรายจะทำได้

KIN Rehabilitation & Homecare เป็นหนึ่งในศูนย์ฟื้นฟู Stroke แบบครบวงจร ที่เน้นการฟื้นฟูอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ด้วยโปรแกรมเฉพาะบุคคลโดยทีมแพทย์และสหวิชาชีพ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยกลับมาเคลื่อนไหว ดูแลตัวเอง และใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพอีกครั้ง สิ่งที่ KIN ทำสำหรับผู้ป่วยติดเตียงโดยเฉพาะ คือระบบที่ทำงานทุกวัน ไม่ใช่แค่เวลาที่นักกายภาพมาเยือน

ทีมสหวิชาชีพ 10+ สาขา

แพทย์ นักกายภาพ นักกิจกรรมบำบัด นักอรรถบำบัด นักโภชนาการ พยาบาล ทำงานร่วมกันเพื่อผู้ป่วยแต่ละราย ประเมินและปรับแผนทุกสัปดาห์

กายภาพบำบัดทุกวัน

ไม่ใช่อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง แต่ทุกวัน รวมวันหยุด เพราะสมองต้องการการกระตุ้นซ้ำๆ สม่ำเสมอในการสร้างเส้นทางประสาทใหม่

เทคโนโลยีเสริมการฟื้นฟู

เมื่อผู้ป่วยพร้อม ธาราบำบัดช่วยฝึกการเคลื่อนไหวในน้ำที่ลดแรงกดข้อต่อ HBOTกระตุ้นเซลล์สมองเพิ่มเติม

วางแผนดูแลเฉพาะบุคคล

ผู้ป่วยติดเตียงถาวรกับผู้ป่วยที่ฟื้นตัวได้ต้องการการดูแลต่างกัน KIN ประเมินแยกและวางแผนตามศักยภาพจริง ติดตามพัฒนาการและรายงานครอบครัวสม่ำเสมอ

ครอบครัวที่ยังไม่แน่ใจสามารถทดลองด้วยโปรแกรม 7 วัน 9,999 บาทก่อนตัดสินใจระยะยาว หรืออ่านข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องระยะเวลาฟื้นฟู Strokeและการป้องกันแผลกดทับที่ครอบครัวควรรู้ รวมถึงดูรีวิวจากครอบครัวจริงได้ที่รีวิวผู้ใช้บริการ KIN

"ผู้ป่วย Stroke ที่ติดเตียงในวันนี้ไม่ได้หมายความว่าจะติดเตียงตลอดชีวิต ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นในอีก 3-6 เดือนข้างหน้า และใครที่อยู่เคียงข้างเพื่อทำให้มันเกิดขึ้น"

— KIN Rehabilitation & Homecare | ก่อตั้ง พ.ศ. 2561 | 6 สาขาทั่ว กทม. พัทยา ศาลายา

ปรึกษาฟรี — ทีมแพทย์ประเมินเคสให้ทันที

ผู้ป่วย Stroke ติดเตียง - ดูแลที่ศูนย์ - Home Care - กายภาพที่บ้าน

KIN Homecare

061-881-9399

Facebook: KIN HomeCare

ติดต่อสาขาใกล้บ้าน

ลาดพร้าว 71

(ใกล้เลียบด่วน/บางกะปิ)

แบริ่ง (สุขุมวิท 107)

(บางนา–แบริ่ง–ลาซาล)

พัทยา

(ชลบุรี)

ราชพฤกษ์

(นนทบุรี)

รามคำแหง 24

 

ศาลายา

 

คำถามที่พบบ่อย

ผู้ป่วย Stroke ที่ติดเตียงนานแล้ว ยังฟื้นฟูได้ไหม?

ได้ แต่ยิ่งช้ายิ่งยาก การฟื้นฟูในระยะเรื้อรังต้องการความเข้มข้นและเวลามากกว่า แต่สมองยังมี Neuroplasticity ตลอดชีวิต สิ่งสำคัญคือต้องเริ่มทันทีที่ตัดสินใจ ไม่รอต่อไป ทักไลน์ KIN เพื่อประเมินฟรีว่าผู้ป่วยมีศักยภาพฟื้นตัวแค่ไหน

แผลกดทับป้องกันได้อย่างไร?

พลิกตัวทุก 2 ชั่วโมงสม่ำเสมอ ใช้ที่นอนลมหรือเบาะรองพิเศษ จัดท่านอนให้ถูกต้องเพื่อกระจายแรงกด และดูแลผิวหนังให้สะอาดและชุ่มชื้น อย่างไรก็ตามการพลิกตัวที่ถูกต้องต้องอาศัยความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ เพราะท่าที่ผิดอาจทำให้ไหล่หลุดหรือกล้ามเนื้อบาดเจ็บได้ อ่านเพิ่มเติมเรื่องแผลกดทับในผู้ป่วยติดเตียง

ผู้ป่วยติดเตียงต้องพักค้างที่ศูนย์ หรือดูแลที่บ้านได้?

ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ ผู้ป่วยที่อาการหนักและต้องการการดูแลเข้มข้นในช่วง Golden Period ควรพักค้างที่ศูนย์ฟื้นฟู ผู้ป่วยที่อาการคงที่มากขึ้นสามารถกลับบ้านพร้อมผู้ดูแลมืออาชีพและกายภาพบำบัดที่บ้านจาก KIN ได้

ครอบครัวทำ Passive ROM ให้ผู้ป่วยเองได้ไหม?

ทำได้บางส่วนหลังได้รับการสอนจากนักกายภาพบำบัดก่อน แต่ไม่ควรทำเองโดยไม่มีความรู้ เพราะการขยับข้อที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้ไหล่หลุด กล้ามเนื้อฉีกขาด หรือข้อเคล็ดได้ KIN สามารถสอนครอบครัวให้ทำต่อเนื่องที่บ้านได้อย่างปลอดภัย

ผู้ป่วยกลืนไม่ได้ มีสายให้อาหาร KIN รับได้ไหม?

ได้ KIN มีทีมที่ดูแลผู้ป่วยที่มีสายให้อาหาร สายสวนปัสสาวะ และอุปกรณ์การแพทย์อื่นๆ นักอรรถบำบัดจะทำงานร่วมกับทีมเพื่อฝึกการกลืนให้ผู้ป่วยกลับมากลืนได้เองเร็วที่สุด ทักไลน์หรือโทร 061-881-9399 เพื่อประเมินเคสก่อน

ทำกายภาพบำบัดแล้วผู้ป่วยเจ็บ ทำต่อดีไหม?

การฟื้นฟูที่ถูกต้องไม่ควรเจ็บปวดมาก อาจมีความรู้สึกตึงหรือเหนื่อยเล็กน้อยแต่ไม่ใช่ความเจ็บปวด ถ้าผู้ป่วยเจ็บมากระหว่างทำควรแจ้งนักกายภาพทันที เพราะอาจทำได้หนักเกินไปหรือมีบาดเจ็บที่ต้องตรวจก่อน การทำโดยผู้เชี่ยวชาญจะปลอดภัยกว่าการทำเองที่บ้าน

บทความ วีดีโอ สาระความรู้ การดูแลสุขภาพ อื่นๆ

KIN Rehab