Stroke ครั้งแรกไม่ใช่ครั้งสุดท้าย - 1 ใน 4 ของผู้ป่วย Stroke จะกลับมาเป็น Stroke ซ้ำหากไม่รู้ 5 สิ่งนี้
ทีมแพทย์สหวิชาชีพ KIN Rehabilitation

Stroke ครั้งแรกไม่ใช่ครั้งสุดท้าย -
1 ใน 4 ของผู้ป่วย Stroke จะกลับมาเป็น Stroke ซ้ำ
หากไม่รู้ 5 สิ่งนี้

ข้อมูลจากงานวิจัยนานาชาติชี้ว่าความเสี่ยง Stroke ซ้ำสูงที่สุดใน 90 วันแรกหลังเป็นครั้งแรก และยังคงอยู่ตลอดปีแรก — สิ่งที่ป้องกันได้คือการรู้ก่อนสายเกิน

ผู้แต่ง: ทีมแพทย์สหวิชาชีพ KIN Rehabilitation | อัปเดต: พ.ศ. 2569 | อ่าน 8 นาที

สารบัญบทความ

ใจความสำคัญ

งานวิจัยจาก Frontiers in Neurology (2025) พบว่า 1 ใน 4 ของผู้รอด Stroke มีโอกาสเป็น Stroke ซ้ำ โดยความเสี่ยงสูงสุดอยู่ในช่วง 90 วันแรก และยังคงสะสมตลอดปีแรก ปัจจัยเสี่ยง 5 ข้อที่ส่งผลมากที่สุดได้แก่ ความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้, การหยุดยาเอง, การฟื้นฟูที่ไม่ต่อเนื่อง, โรคเบาหวาน/ไขมันในเลือดสูง และภาวะซึมเศร้าหลัง Stroke — ทั้งหมดนี้ป้องกันได้หากจัดการตั้งแต่เนิ่น

KIN Rehabilitation & Homecare ก่อตั้ง พ.ศ. 2561 โดย ดร.ธงชัย โชคถนอมทรัพย์ | 6 สาขา กทม.-พัทยา-ศาลายา | ทีมสหวิชาชีพ 10+ สาขา | ดูแล 24 ชม.

การดูแลอย่างต่อเนื่องหลัง Stroke ครั้งแรกคือกุญแจสำคัญในการป้องกัน Stroke ซ้ำ

1

ความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้ — ตัวการอันดับ 1

คำตอบสั้น

ความดันโลหิตสูงมีส่วนทำให้เกิด Stroke ถึง 60% ของผู้ป่วยทั้งหมด และยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับ 1 ของ Stroke ซ้ำ การควบคุมความดันให้ต่ำกว่า 130/80 mmHg ช่วยลดความเสี่ยงได้ 30–40%

งานวิจัยจาก National Institutes of Health ระบุชัดเจนว่าความดันโลหิตสูงมีส่วนเกี่ยวข้องกับ Stroke ถึงร้อยละ 60 ของผู้ป่วยทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นครั้งแรกหรือครั้งที่สอง ปัญหาที่พบบ่อยในผู้ป่วย Stroke หลังกลับบ้านคือ ความดันกลับขึ้นสูงโดยไม่มีอาการชัดเจน ลูกหลานสังเกตไม่ทัน จนกว่าจะเห็นสัญญาณก็อาจสายเกินไป

ในผู้ป่วยที่มีประวัติ Stroke มาก่อน อัตราการเกิด Stroke ซ้ำหรือเสียชีวิตภายใน 365 วัน อยู่ที่ 31.68% เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่มีประวัติ Stroke ก่อนหน้าที่อยู่เพียง 16.04% ความแตกต่างนี้สะท้อนให้เห็นว่าหลอดเลือดสมองที่เคยได้รับความเสียหายมาแล้วมีความเปราะบางสูงกว่ามาก

สิ่งที่ลูกหลานต้องทำ

วัดความดันโลหิตทุกวัน เช้า-เย็น และบันทึกค่าเพื่อให้แพทย์ติดตาม เป้าหมายคือต่ำกว่า 130/80 mmHg ในผู้ป่วย Stroke ส่วนใหญ่ หากความดันขึ้นสูงกว่า 160/100 mmHg ต้องรีบติดต่อแพทย์ทันที ไม่ควรรอ

ทีมแพทย์ที่ ศูนย์ฟื้นฟูโรคหลอดเลือดสมอง KIN ทำการติดตามค่าความดันโลหิตเป็นส่วนหนึ่งของแผนการฟื้นฟูแบบบูรณาการ เพื่อให้แน่ใจว่าปัจจัยเสี่ยงหลักได้รับการจัดการควบคู่ไปกับการฟื้นฟูสมรรถภาพทางกายค่ะ

2

การหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ — อันตรายที่คาดไม่ถึง

คำตอบสั้น

การหยุดยาต้านเกล็ดเลือดหรือยาความดันเองเป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของ Stroke ซ้ำ เพราะทำให้หลอดเลือดกลับมาเสี่ยงอุดตันอีกครั้งภายใน 24–72 ชั่วโมง

ปัญหาที่พบซ้ำ ๆ ในผู้ป่วย Stroke คือการหยุดยาเองเมื่อรู้สึกว่าอาการดีขึ้น หรือเกิดความกังวลเรื่องผลข้างเคียง การศึกษาใน Journal of the American Heart Association พบว่าการรับประทานยาความดันโลหิตสม่ำเสมอช่วยลดอัตราการเกิด Stroke ได้ถึง 30–40% และยาต้านเกล็ดเลือดอย่างแอสไพรินหรือ clopidogrel มีบทบาทสำคัญในการป้องกัน Stroke ชนิด Ischemic ซ้ำ

อีกกรณีที่อันตรายคือการลืมกินยา โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาหลัง Stroke ซึ่งพบได้บ่อย ลูกหลานจึงต้องมีระบบช่วยเตือน เช่น กล่องยารายสัปดาห์ แอปพลิเคชันเตือนยา หรือการขอให้พยาบาลที่บ้านช่วยดูแล ซึ่งบริการ กายภาพบำบัดและดูแลที่บ้าน KIN สามารถช่วยในส่วนนี้ได้ค่ะ

"ยาที่แพทย์สั่งหลัง Stroke ไม่ใช่ยา 'รักษาให้หาย' แต่คือยา 'ป้องกันไม่ให้กลับมาใหม่' — หยุดยาวันเดียวอาจไม่เกิดอะไร แต่หยุดนานกว่านั้นความเสี่ยงสะสมทุกวัน"

— ทีมแพทย์สหวิชาชีพ KIN Rehabilitation & Homecare

หากผู้ป่วยมีอาการข้างเคียงจากยา เช่น เลือดออกง่าย หรือเวียนศีรษะมาก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับขนาด ไม่ใช่หยุดยาเอง สามารถนัดปรึกษาทีมแพทย์ที่ คลินิกโรคหลอดเลือดสมอง KIN ได้โดยตรงค่ะ

การฟื้นฟูต่อเนื่องภายใต้ทีมสหวิชาชีพช่วยลดความเสี่ยง Stroke ซ้ำได้อย่างมีนัยสำคัญ

3

การฟื้นฟูที่ไม่ต่อเนื่อง — เปิดช่องให้สมองเสื่อมถอย

คำตอบสั้น

การหยุดพักฟื้นฟูกลางคัน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ทำให้สมองสูญเสียการเชื่อมต่อประสาทที่สร้างขึ้นใหม่ (Neuroplasticity) และเพิ่มความเสี่ยงให้ร่างกายถดถอยกลับสู่สภาพที่อ่อนแอลง ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งของ Stroke ซ้ำ

ในช่วง 3–6 เดือนแรกหลัง Stroke สมองมีความสามารถในการฟื้นฟูตัวเองสูงที่สุด หรือที่เรียกว่า "ช่วงเวลาทอง" ในช่วงนี้หากการฟื้นฟูสม่ำเสมอ เส้นประสาทใหม่จะสร้างการเชื่อมต่อทดแทนส่วนที่เสียหาย แต่หากหยุดกลางคัน กระบวนการนี้จะหยุดชะงักและยากต่อการเริ่มใหม่

นอกจากนี้ ผู้ป่วยที่ฟื้นฟูไม่ต่อเนื่องมักมีกล้ามเนื้ออ่อนแรง ท่าทางการเดินผิดปกติ และเสี่ยงหกล้มสูง ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะ Bedridden และส่งผลต่อระบบไหลเวียนโลหิตโดยตรง ทีมกายภาพบำบัดและนักกิจกรรมบำบัดที่ ศูนย์ฟื้นฟูเทคโนโลยีขั้นสูง KIN ออกแบบแผนฟื้นฟูที่ต่อเนื่องและปรับตามสภาพผู้ป่วยแต่ละรายค่ะ

ฟื้นฟูที่ศูนย์

ทีมสหวิชาชีพ กายภาพ-กิจกรรมบำบัด-แพทย์ ดูแลทุกมิติพร้อมกัน

ฟื้นฟูที่บ้าน

นักกายภาพบำบัด KIN ออกบ้าน เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางลำบาก

KIN มีทางเลือก Day Care สำหรับผู้ป่วยที่มาฟื้นฟูเป็นรายวัน และ ธาราบำบัดและลู่วิ่งใต้น้ำ ที่ช่วยให้ฟื้นฟูได้โดยไม่ต้องรับน้ำหนักมาก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วย Stroke ที่ยังเดินลำบากค่ะ

4

เบาหวาน และไขมันในเลือดสูงที่ไม่ได้รับการควบคุม

คำตอบสั้น

เบาหวานและไขมันในเลือดสูงทำให้หลอดเลือดเสื่อมสภาพเร็วขึ้น เพิ่มโอกาสเกิดลิ่มเลือดในสมองซ้ำ งานวิจัยพบว่าเบาหวานมีส่วนทำให้เกิด Stroke ซ้ำในปีแรกถึง 7.4% ของผู้ป่วยที่รับการรักษา

ผู้ป่วย Stroke ที่มีเบาหวานร่วมด้วยมีอัตราการเกิด Stroke ซ้ำหรือเสียชีวิตสูงกว่ากลุ่มที่ไม่มีเบาหวานอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะน้ำตาลในเลือดสูงทำให้ผนังหลอดเลือดแข็งและเปราะบาง และยังส่งผลให้เกล็ดเลือดรวมตัวง่ายขึ้น ซึ่งเป็นกลไกหลักของ Stroke ชนิดอุดตัน

ไขมัน LDL สูงก็มีบทบาทสำคัญไม่แพ้กัน การทบทวนวรรณกรรมจาก F1000Research พบว่า Mediterranean diet ที่เน้นผัก ปลา น้ำมันมะกอก และธัญพืชเต็มเมล็ด สามารถลดความเสี่ยง Stroke ซ้ำได้เกือบครึ่งหนึ่ง ขณะที่อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวและโซเดียมสูงเร่งให้หลอดเลือดตีบซ้ำเร็วขึ้น

เป้าหมายที่ต้องติดตาม

HbA1c

ต่ำกว่า 7%

LDL

ต่ำกว่า 70 mg/dL

น้ำหนัก

BMI 18.5–24.9

นักโภชนาการในทีมสหวิชาชีพ KIN ช่วยวางแผนอาหารสำหรับผู้ป่วย Stroke ที่มีเบาหวานหรือไขมันในเลือดสูงร่วมด้วย เพื่อให้การควบคุมโรคเดินไปพร้อมกับการฟื้นฟูสมรรถภาพ สามารถดูรายละเอียดโปรแกรมได้ที่ โปรโมชั่นฟื้นฟู Stroke KIN ค่ะ

การสนับสนุนจากครอบครัวคือยาชั้นดีที่สุดในการป้องกันภาวะซึมเศร้าหลัง Stroke

5

ภาวะซึมเศร้าหลัง Stroke — ปัจจัยเสี่ยงที่ถูกมองข้าม

คำตอบสั้น

งานวิจัยระดับ Multicenter พบว่าภาวะซึมเศร้าหลัง Stroke เพิ่มความเสี่ยง Stroke ซ้ำได้ถึง 2.26 เท่า (HR = 2.26, p = 0.0016) เนื่องจากส่งผลโดยตรงต่อการดูแลตัวเอง การกินยา และการฟื้นฟู

ภาวะซึมเศร้าหลัง Stroke พบได้ถึง 30–40% ของผู้ป่วย และมักถูกมองข้ามเพราะอาการหลายอย่างทับซ้อนกับผลของ Stroke เอง เช่น เฉื่อยชา ขาดพลังงาน นอนหลับยาก ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ครอบครัวมักคิดว่า "เป็นเรื่องธรรมดาหลังป่วยหนัก" โดยไม่ทราบว่าภาวะนี้ส่งผลต่อ Outcome การฟื้นฟูอย่างมีนัยสำคัญ

กลไกที่ทำให้ภาวะซึมเศร้าเพิ่มความเสี่ยง Stroke ซ้ำมีหลายมิติ ได้แก่ ผู้ป่วยที่ซึมเศร้ามักไม่ยอมฟื้นฟู ไม่กินยาสม่ำเสมอ มีพฤติกรรมไม่ออกกำลังกาย และระดับ Cortisol ที่สูงจากภาวะเครียดเรื้อรังยังทำให้ความดันโลหิตและระดับน้ำตาลผันผวน ซึ่งทั้งหมดนี้คือ loop ที่ป้อนความเสี่ยงกลับเข้าหากัน

สัญญาณที่ครอบครัวต้องสังเกต

ไม่ยอมทำกายภาพบำบัด

พูดซ้ำว่า "ไม่มีประโยชน์"

นอนมากผิดปกติหรือนอนไม่หลับ

หยุดกินยาโดยไม่มีเหตุผล

KIN มีจิตแพทย์และนักจิตวิทยาในทีม รวมถึงบริการ คลินิกสุขภาพจิต เพื่อดูแลด้านอารมณ์ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูกายภาพ เนื่องจากเราเชื่อว่าการฟื้นฟูที่แท้จริงต้องดูแลทั้งร่างกายและจิตใจพร้อมกันค่ะ

ทีมสหวิชาชีพ KIN ดูแลครบทุกมิติ — กาย ใจ สังคม และการป้องกัน Stroke ซ้ำ

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

KIN Rehabilitation & Homecare — 6 สาขา

ทีมแพทย์และนักกายภาพบำบัดพร้อมให้คำปรึกษา ไม่มีค่าใช้จ่ายในการโทรปรึกษาเบื้องต้น

สาขาลาดพร้าว 71

ลาดพร้าว / รามคำแหง 24 / ศาลายา

สาขาแบริ่ง

สุขุมวิท 107

สาขาพัทยา

พัทยา ชลบุรี

สาขาราชพฤกษ์

ราชพฤกษ์ นนทบุรี

สาขารามคำแหง 24

รามคำแหง กรุงเทพ

สาขาศาลายา

ศาลายา นครปฐม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Stroke ซ้ำ

Stroke ซ้ำเกิดได้เร็วแค่ไหนหลังเป็นครั้งแรก?

ความเสี่ยงสูงที่สุดอยู่ในช่วง 30 วันแรก โดยข้อมูลจากงานวิจัยพบอัตราการเกิด Stroke ซ้ำหรือเสียชีวิตสูงถึง 8.13% ภายใน 30 วัน, 13.60% ภายใน 90 วัน และ 21.83% ภายใน 365 วัน นั่นหมายความว่าเดือนแรกและไตรมาสแรกหลัง Stroke คือช่วงวิกฤตที่สุดที่ต้องดูแลอย่างเข้มข้นที่สุดค่ะ

Stroke ซ้ำครั้งที่สองรุนแรงกว่าครั้งแรกจริงไหม?

โดยทั่วไป Stroke ซ้ำมักรุนแรงกว่าครั้งแรก เนื่องจากสมองได้รับความเสียหายสะสมอยู่แล้วจากครั้งแรก และเนื้อสมองที่เหลืออยู่มีน้อยลงในการทำหน้าที่ชดเชย ผู้ป่วยที่เป็น Stroke ซ้ำจึงมีโอกาสติดเตียงถาวรหรือเสียชีวิตสูงกว่ามากเมื่อเทียบกับครั้งแรกค่ะ

ถ้าผู้ป่วยอาการดีขึ้นแล้ว ยังต้องฟื้นฟูต่อไหม?

ต้องค่ะ เพราะการฟื้นตัวที่มองเห็นได้ในชีวิตประจำวันไม่ได้หมายความว่าหลอดเลือดและสมองกลับมาแข็งแรงสมบูรณ์ การฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องช่วยรักษาระดับการทำงานของสมองและร่างกาย ลดความเสี่ยงจากการหกล้ม และช่วยควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ไปพร้อมกันค่ะ

ศูนย์ฟื้นฟู KIN ช่วยป้องกัน Stroke ซ้ำได้อย่างไร?

KIN ดูแลครบทุกปัจจัยเสี่ยงพร้อมกัน: แพทย์ติดตามความดันและยาสม่ำเสมอ นักกายภาพบำบัดฟื้นฟูร่างกายอย่างต่อเนื่อง นักโภชนาการวางแผนอาหาร นักจิตวิทยาดูแลสุขภาพจิต และพยาบาลวิชาชีพดูแล 24 ชม. การดูแลแบบบูรณาการนี้คือความแตกต่างระหว่างการฟื้นตัวจริงกับการรอให้เกิด Stroke ซ้ำค่ะ

มีทางเลือกสำหรับผู้ป่วยที่เดินทางลำบากหรือไม่?

มีค่ะ KIN มีบริการ Day Care รายวัน, กายภาพบำบัดที่บ้าน และบริการ HomeCare แบบพักอาศัย นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมทดลอง 7 วัน ราคา 9,999 บาท สำหรับครอบครัวที่ต้องการประเมินว่า KIN เหมาะกับผู้ป่วยก่อนตัดสินใจ สามารถโทรสอบถามได้ที่ 02-096-4996 ได้เลยค่ะ

บทความ วีดีโอ สาระความรู้ การดูแลสุขภาพ อื่นๆ

KIN Rehab