ทำกายภาพบำบัดใช้เครื่องอะไรบ้าง? เข้าใจง่ายก่อนเริ่มรักษา
Physical Therapy • เครื่องมือกายภาพ KIN WELLNESS

ทำกายภาพบำบัดใช้เครื่องอะไรบ้าง?
เข้าใจง่ายก่อนเริ่มรักษา

เครื่องมือช่วย “ลดปวด-ลดตึง-ลดเกร็ง” เพื่อให้กลับไปขยับและฝึกได้ต่อเนื่อง
แต่ต้องเลือกให้เหมาะกับอาการ และปลอดภัยก่อนเสมอ

เวลาปวดคอ ปวดบ่า ปวดไหล่ หรือปวดหลัง หลายคนอยากได้อะไรที่ช่วยให้ “โล่งขึ้นเร็ว” เพื่อจะได้กลับไปทำงาน ใช้ชีวิต และเริ่มฝึกกายภาพได้ต่อเนื่อง เครื่องมือกายภาพบำบัดจึงเป็นตัวช่วยสำคัญ เพราะช่วยลดปวด ลดตึง ลดเกร็ง หรือกระตุ้นกล้ามเนื้อให้ทำงานดีขึ้นในช่วงที่ร่างกายยังไม่พร้อมฝึกหนัก

ก่อนเลือกเครื่องมือ ควรรู้ 3 เรื่องนี้ก่อน

1) สาเหตุปวดต่างกัน วิธีช่วยก็ต่างกัน

ปวดจากกล้ามเนื้อตึง กับปวดจากเส้นเอ็นอักเสบ หรือปวดจากเส้นประสาทระคายเคือง ใช้เครื่องมือคนละแบบ ผลก็คนละเรื่อง

2) เป้าหมายหลักคือ “กลับไปขยับได้ดีขึ้น”

เครื่องมือทำให้สบายขึ้น เพื่อให้เริ่มฝึกได้ง่ายขึ้น ไม่ใช่ทำแล้วกลับไปใช้ท่าเดิมจนปวดซ้ำ

3) ความปลอดภัยมาก่อนเสมอ

บางอาการต้องพบแพทย์ก่อน เช่น ชา/อ่อนแรงมากขึ้น คุมปัสสาวะ-อุจจาระผิดปกติ ปวดรุนแรงหลังอุบัติเหตุ หรือมีไข้ร่วมกับปวด

เครื่องมือกายภาพบำบัด

 

1) เครื่องอัลตราซาวด์ (Ultrasound)

เป็นเครื่องที่ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงร่วมกับเจล เพื่อช่วยให้เนื้อเยื่อบริเวณที่รักษา “คลายตัวและฟื้นตัวดีขึ้น” ในบางราย โดยเฉพาะอาการตึง เจ็บลึก ๆ หรือมีความระคายเคืองของเนื้อเยื่อรอบข้อและเส้นเอ็น

แนะนำเมื่อ
- ตึงลึก ๆ กดแล้วเจ็บเป็นจุด
- เจ็บเรื้อรังเกี่ยวกับเอ็น/กล้ามเนื้อบางมัด
- อยากลดตึงเพื่อเริ่มยืด-ฝึกได้สบายขึ้น
มักรู้สึก
- อุ่น ๆ หรือสบาย ๆ
- ส่วนใหญ่ไม่เจ็บ
ข้อควรระวัง
- ไม่ใช้บริเวณแผลสด/ติดเชื้อรุนแรง
- ถ้าผิวหนังชาหรือรับร้อนไม่ดี ควรแจ้งก่อน

2) เครื่องกระตุ้นด้วยแม่เหล็ก (Peripheral Magnetic Stimulation)

เป็นเครื่องที่ใช้พลังงานแม่เหล็กกระตุ้นกล้ามเนื้อและเส้นประสาทบริเวณปลายแขน ขา หรือกล้ามเนื้อเฉพาะจุด เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อ “ตื่นตัว” และทำงานดีขึ้น เหมาะกับบางกรณีที่กล้ามเนื้ออ่อนแรง ชาหรือปวดจากการทำงานของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อที่ยังไม่สมดุล

แนะนำเมื่อ
- กล้ามเนื้ออ่อนแรง ต้องการกระตุ้น
- ปวดร่วมกับเกร็ง/ล้าเร็ว
- ช่วยลดปวดจากกล้ามเนื้อและเอ็นบางตำแหน่ง
มักรู้สึก
- ตึ้บ ๆ หรือกระตุกเบา ๆ
- ไม่ใช่ช็อต
ข้อควรระวัง
- มีอุปกรณ์กระตุ้นหัวใจ/อุปกรณ์ฝังในร่างกาย ต้องแจ้ง
- ตั้งครรภ์/โรคประจำตัวสำคัญ ควรประเมินก่อน

3) เครื่องช็อกเวฟ (Shockwave)

เป็นเครื่องที่ส่งคลื่นแรงกระแทกแบบเฉพาะจุด เพื่อช่วยกระตุ้นกระบวนการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อ เหมาะกับอาการปวดจากเส้นเอ็นหรือจุดเกาะเอ็นบางตำแหน่งที่เป็นเรื้อรัง และอาการที่ “กดเจ็บเป็นจุด” ชัดเจน

แนะนำเมื่อ
- ปวดเส้นเอ็นเรื้อรัง/จุดเกาะเอ็นนาน
- กดเจ็บเป็นจุด ทำแล้วปวดตื้อเวลาใช้งาน
- ทำกายภาพแบบอื่นดีขึ้นบางส่วน แต่อาการยังค้าง
มักรู้สึก
- อาจเจ็บจี๊ด ๆ ระหว่างทำได้บ้าง
- หลังทำบางคนเมื่อยล้า 1–2 วัน
ข้อควรระวัง
- ไม่เหมาะกับแผลเปิด/ติดเชื้อ/กระดูกหักใหม่
- ถ้าบวมแดงร้อนหรือปวดผิดปกติ ควรแจ้งทันที

4) เครื่องเลเซอร์กำลังสูง (High Laser)

เป็นเลเซอร์รักษาทางกายภาพที่ใช้พลังงานแสงเพื่อช่วยลดปวด ลดการอักเสบ และช่วยกระตุ้นการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อในบางกรณี จุดเด่นคือบางคนรู้สึกสบายขึ้น และทำให้เริ่มเคลื่อนไหวได้ดีขึ้นเมื่ออาการปวดลดลง

แนะนำเมื่อ
- ปวดกล้ามเนื้อ/เอ็นที่ระคายเคือง
- ต้องการลดอักเสบร่วมกับการฝึก
- ช่วงเริ่มฟื้นฟู เจ็บง่าย อยากขยับสบายขึ้น
มักรู้สึก
- อุ่นเล็กน้อย หรือแทบไม่รู้สึก
ข้อควรระวัง
- ต้องป้องกันดวงตาตามมาตรฐาน
- ไม่ใช้บริเวณสงสัยก้อนผิดปกติ หรือบริเวณที่แพทย์ห้าม

5) เครื่องกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยไฟฟ้า (Electrical Stimulation)

เป็นเครื่องที่ใช้กระแสไฟฟ้าระดับที่ปลอดภัยผ่านแผ่นนำไฟฟ้าบนผิว เพื่อช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อ ลดเกร็ง หรือช่วยลดปวดในบางราย มักใช้ร่วมกับการฝึกเพื่อให้กล้ามเนื้อกลับมาทำงานได้ดีขึ้น

แนะนำเมื่อ
- กล้ามเนื้ออ่อนแรง ต้องการกระตุ้น
- กล้ามเนื้อเกร็ง ตึงง่าย อยากคลายก่อนฝึก
- ต้องการลดปวดเพื่อเริ่มยืด/บริหารได้สบายขึ้น
มักรู้สึก
- แรงเต้น ๆ หรือกระตุกเบา ๆ
- ไม่ควรเจ็บแปลบ
ข้อควรระวัง
- มีอุปกรณ์กระตุ้นหัวใจ/โรคหัวใจบางชนิด ต้องแจ้ง
- ผิวแพ้ง่าย/แผลผิวหนัง/รับความรู้สึกได้น้อย ต้องระวัง

6) เครื่องดึงคอและดึงหลัง (Traction)

เป็นเครื่องที่ช่วยดึงคอหรือหลังอย่างนุ่มนวล เพื่อ “ลดแรงกดและผ่อนความตึง” ในบางราย โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการตึงแน่นคอ บ่า หลัง หรือมีอาการร้าวที่สงสัยว่าเกี่ยวกับการระคายเคืองของรากประสาท

แนะนำเมื่อ
- คอตึงมาก ปวดร้าวลงแขน หรือหลังตึงร้าวลงขา (ในรายที่ประเมินแล้วเหมาะ)
- รู้สึกโล่งขึ้นเมื่อได้ยืดแนวกระดูกสันหลัง
- ต้องการลดตึงก่อนเริ่มฝึกความแข็งแรง
มักรู้สึก
- ตึง ๆ ถูกยืดนุ่มนวล
- บางคนโล่งทันที บางคนต้องค่อย ๆ ปรับระดับ
ข้อควรระวัง
- ไม่เหมาะกับกระดูกไม่มั่นคง/กระดูกหักใหม่/กระดูกพรุนรุนแรง
- ทำแล้วเวียนหัว ชามากขึ้น หรือปวดร้าวมากขึ้น ต้องหยุดและแจ้งทันที

การรักษาโดยใช้เครื่องมือทำอย่างไร

การรักษาโดยทั่วไปจะเริ่มจาก นักกายภาพบำบัดประเมินอาการอย่างละเอียด แล้วจึง เลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับอาการของผู้รับบริการ เพื่อช่วยลดปวด คลายตึง และเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับการฝึก

• ซักประวัติ

ปวดตรงไหน ปวดตอนไหน ร้าวไหม ชา/อ่อนแรงไหม ทำอะไรแล้วดีขึ้นหรือแย่ลง

• ตรวจการเคลื่อนไหวและกล้ามเนื้อ

ดูท่าทาง จุดตึง จุดกดเจ็บ ความแข็งแรง และรูปแบบการเคลื่อนไหว

• วางแผนรักษา

เลือกเครื่องมือที่เหมาะ + สอนท่าบริหาร/การปรับท่าทางให้ทำต่อที่บ้าน

• ติดตามผล

ปรับแผนตามอาการจริง ไม่ใช้สูตรเดียวกับทุกคน

ผู้รับบริการควรเตรียมตัวยังไงก่อนทำเครื่องมือ

  • แจ้งอาการให้ละเอียด: ปวดตรงไหน ร้าวไหม ชาหรืออ่อนแรงไหม
  • แจ้งโรคประจำตัว ยาที่ใช้ และประวัติผ่าตัดหรืออุปกรณ์ฝังในร่างกาย
  • ใส่เสื้อผ้าที่ขยับง่าย
  • ถ้าทำแล้วรู้สึกแปลก ๆ เช่น ชามากขึ้น ปวดแปลบขึ้น เวียนหัว ให้บอกทันที ไม่ต้องเกรงใจ

คำถามพบบ่อย

Q: เครื่องมือทำแล้วหายเลยไหม

A: บางคนโล่งขึ้นได้เร็ว แต่โดยหลักควรใช้ร่วมกับการฝึกและปรับพฤติกรรม ผลลัพธ์ขึ้นกับสาเหตุและความสม่ำเสมอ

Q: ทำเครื่องมือเจ็บไหม

A: ส่วนใหญ่ไม่เจ็บ หรือเจ็บในระดับที่ปรับได้ หากเจ็บแปลบหรือร้าวมากขึ้นควรแจ้งทันที

Q: ต้องทำกี่ครั้งถึงเห็นผล

A: ต่างกันมาก บางคนเริ่มดีขึ้นภายในไม่กี่ครั้ง บางคนเรื้อรังต้องใช้เวลา ไม่ควรกำหนดตัวเลขตายตัวให้ทุกคนเหมือนกัน

Q: ทำเครื่องมือแล้วต้องบริหารด้วยไหม

A: แนะนำอย่างยิ่ง เพราะเครื่องมือช่วยลดอาการ แต่การบริหารช่วยให้กลับมาแข็งแรงและลดปวดซ้ำได้ระยะยาว

Q: ทำได้ทุกคนไหม

A: ไม่เสมอไป ผู้ที่ตั้งครรภ์ มีอุปกรณ์ฝังในร่างกาย มีแผลติดเชื้อ กระดูกไม่มั่นคง หรือมีข้อห้ามเฉพาะโรค ควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินก่อนเสมอ

Q: ถ้าปวดร้าวลงแขนลงขา ควรทำอะไร

A: ควรเข้ารับการประเมินก่อน โดยเฉพาะถ้ามีชา/อ่อนแรงเพิ่มขึ้น หรือคุมการขับถ่ายผิดปกติ ควรพบแพทย์ทันที

เครื่องมือกายภาพบำบัดเป็น “ตัวช่วยที่ดี” เมื่อเลือกให้เหมาะกับอาการและใช้ร่วมกับการฝึกอย่างถูกวิธี เป้าหมายไม่ใช่แค่สบายชั่วคราว แต่คือกลับไปใช้ร่างกายได้มั่นใจขึ้น ลดโอกาสปวดซ้ำ และลดการพึ่งยาเท่าที่เหมาะสม

ปรึกษาอาการกับทีม KIN

ถ้าคุณอยากรู้ว่า “อาการของคุณเหมาะกับเครื่องมือไหน” และควรฝึกอะไรต่อ ส่งข้อมูลอาการมาให้ทีมเราประเมินเบื้องต้นได้ครับ

ปรึกษานักกายภาพบำบัด (ประเมินเบื้องต้น)

ลาดพร้าว 71 ซอย นาคนิวาส20

โทร 084-993-6988

แบริ่ง (สุขุมวิท 107)

โทร 065-909-2599

 

แนะนำท่าออกกำลังกาย กายภาพบำบัด อื่นๆ

KIN Rehab